เทคนิคการสอบ IELTS ให้ได้คะแนนดี จากน้องเต้ย

สวัสดีค่ะน้องๆ

พบกันอีกแล้วตามเคยน่ะค่ะน้องๆ วันนี้พี่มีประสบการณ์ของน้อง เต้ย เป็นนักเรียนของโรงเรียน Trinity มาแบ่งปันให้น้องๆที่กำลังจะสอบ IELTS ว่าต้องทำอย่างไร จึงได้เกรอออกมาดี ภายใต้ระยะเวลาที่จำกัด อย่างที่พี่เคยบอกว่านักเเรียน IELTS หลายๆคนว่าการสอบ IELTS ให้ได้คะแนนดี ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างแต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ Strategy ( กลยุทธ์ในการทำข้อสอบ ) สำหรับน้องเตัยได้คะแนนสอบรวมทั้งหมด 6.5 ในการสอบครั้งแรก ถือว่าเป็นคะแนนที่ ok  มาก สำหรับคนที่ทำงานไปด้วยและไม่ได้มีเวลาออกไปอ่านหนังสือ และข่าวดีข้องน้องเต้ยก็คือมีหลักการในการเขียน  Writing ที่น่าประทับใจ จนสอบWriting ได้คะแนน 7.0 ในครั้งแรก ถึงแม้ว่าไม่ได้พื้นฐานภาษาอังกฤษมากมายนักก็ตาม ( น้องเค้าเรียนสถาปัตยกรรมภาคไทยค่ะ )  เราลองมาดูกันน่ะค่ะว่าเทคนิคการอ่าน IELTS และการเตรียมตัวสอบ IELTS ของน้องเต้ยดียังไง และเราจะสามารถนำไปปรับใช้ได้หรือไม่

Strategy and Preparation

ขอออกตัวก่อนนะครับ ว่าผมเป็นคนที่ไม่เก่งภาษาอังกฤษและขี้เกียจมากถึงมากที่สุด ในการทบทวน ผมต้องการ คะแนน 6.5 ทุกพาร์ตเกิน 6.0 ในการ ยื่นสมัครเรียนที่ยุโรป โดยผมไม่มีเวลามานั่งอ่านทั้งวันนะครับ ผมทำงานออฟฟิต เวลาอ่านส่วนมากก็ตอนกลางคืน ทำประมานวันละเทส โดยเลือกเอาว่า วันนี้อยากทำ สกิลไหน

Preparation

ผมมีเวลาเตรียมตัวประมาน 1 เดือนโดยเริ่มจาก ไม่รู้เลย ว่าข้อสอบไอเอลเป็นยังไงบ้าง ก้อเริ่มๆโหลดแบบฝึกหัดมาทำ แล้วก็พยายามท่อง แกรมม่ากะศัพท์ ให้ เวลาพูดหรือเขียนไม่ผิดเบสิคต่างๆ ในเรื่องแกรมม่า แล้วก็มีศัพท์พอที่จะพูดหรือเขียนได้บ้าง ผมไปถึงที่ทำงานก็เปิดๆ ซักวันละ ครึ่ง ชม. ก่อนเข้างานหรือเวลากินกาแฟ อย่าเน้นท่องให้ได้ ใช้อ่านผ่านบ่อยๆ มันจะได้เองครับ

แกรมม่า ก็พยายามหาหนังสือมาอ่าน หรือไม่ก็โหลดพวก Material ทางเน็ต เริ่มลองเขียนใน Word น่ะครับ มันจะเช็ค แกรมม่าให้เราได้ เวลาผิดเราก็จะรู้ แล้วก็ไม่ผิดอีก หรือไม่ก็จดย่อๆ ไว้ในสมุดพกติดตัว เปิดอ่านวันละนิดหน่อย อย่าฝืนตัวเองให้มันธรรมชาติสบายๆ แล้วมันจะได้เอง

ส่วนศัพท์ก็เช่นกัน โหลดๆทางเน็ตมาจดใส่สมุดลิสต์เอาไว้ โดยผมจะจดเป็นภาษาไทยไว้ด้านซ้าย ส่วนตัวภาษาอังกฤษไว้ข้างขวา เอาไว้เวลาเราจะเขียนจะพูดเราจะดึงศัพท์มาใช้ถูก ศัพท์ตัวนึงก็พยายามหา Thesaurus ไว้หน่อยเผื่อพลิกแพลงใช้งาน หรือถ้าเจอพวก Idiom ดีๆที่ดูแล้วน่าจะใช้ได้ก็ พยายามจดๆไว้ก็ดีครับ

Personal Strategy

อย่างที่บอกผมไม่ได้เก่ง แต่พอทำข้อสอบไปเรื่อยๆ พอรู้ว่ามันพอจะมีtrick นิดหน่อยในการทำข้อสอบนะครับ ผมว่า6.5 นี่ไม่ได้ยากมากนัก ถ้าคะแนนเยอะกว่านี้คงใช้trickพวกนี้ไม่ได้ และ มันก็ไม่ใช่ความสามาถ long-term นะครับ ผมขอเรียกว่า ฉาบฉวย ละกัน แต่ก็พอที่ให้ผม ผ่านเกณฑ์ของมหาลัยได้

  • · Listening

พาร์ตนี้เป็นพาร์ตที่ผมคะแนนไม่มากนัก แต่ทำข้อสอบไปซักพักก็พอรู้ว่า พวกข้อที่ทำไม่ได้ คือเราไม่รู้ว่ามันจะถามอะไรมากกว่า ฟังไม่รู้เรื่อง พาร์ต 1-2 ผมขอข้ามนะครับ เพราะก้อฟังๆ เขียนตาม ผมว่ามันไม่ยากมากนัก ขอเน้นที่พาร์ตหลังๆ ซึ่งผมจะเสียคะแนนเยอะ หลังๆผมจะใช้วิธีคือ ช่วงเวลาสอบที่ให้ดูข้อสอบพาร์ต 1 และ 2 ผมจะเอามาดูคำถามของ พาร์ตหลังๆก่อนจนเข้าใจ เวลาฟังก็ฟังออกบ้างไม่ออกบ้าง แต่ก็ดีกว่าที่ไม่รู้ว่าถามอะไรเลย ยิ่งพาร์ตสุดท้ายนี่ เค้าให้ดูขอสอบรวดเดียว 10 ข้อแล้วฟัง ซึ่งมันไม่ทันแน่ๆ ใน30 วิ ที่ให้เตรียมตัว พอใช้วิธีนี้ผมได้คะแนนมากกว่าเดิมครับ อย่าไปกังวลว่าไม่ได้ดู ส่วนต้นๆ เพราะเปิดดู แปปเดียวก้อรู้เรื่องแล้วครับ

  • · Reading

เป็นพาร์ตที่ผมเกลียดที่สุดครับ ผมทนอ่านนานๆไม่ได้ ก็ลองใช้พวก key word, skim and scan ตามทั่วๆไปแหละครับ ผมจะพลาดพวก matching heading paragraph ซึ่ง หา Key word แล้วกดผิดเยอะครับ เลยต้องใช้วิธี เลือกไว้ก่อนอย่างที่พี่กิฟท์ สอน อย่าตัดใจว่าเอาเลย เลือกไว้ 2-3 ชอยส์ต่อข้อแล้วค่อยมาตัดทีหลัง ซึ่งได้ผล แล้วตอนสอบ เวลามันสั้นมากครับ แล้วพออ่านเยอะๆ ปวดหัวเครียดมันจะเบื่อมากครับ บางคนเครียดมาจาก ตอนlistening แล้วยิ่งแล้วใหญ่ ผมเจอคนข้างๆลบบ่อยมาก ก็ต้องทนๆน่ะครับ ตอนสอบเวลาทำไม่ทันก็ ผมคิดว่า Heading มันอยู่ใน 2 paragraphs นี้แน่ๆ ก็มั่วชอยส์ข้อนี้ไป 2 ข้อเลยครับ วิธีนี้ได้ผลนะครับ แล้วก็ส่วนชอยส์ จากที่ทำข้อสอบ มันจะคละชอยส์นะครับ สมมติ มี 4 ข้อ มันจะ ABCD ไปอย่างละข้อ ไม่ค่อยซ้ำกันเท่าไร ตอนผมมั่วก็เลือก ACAC ไปเลย ขอ 2 คะแนนพอ

  • · Writing

ผมชอบพาร์ตนี้ เนื่องจากถ้าเราไม่ผิดศัพท์หรือแกรมม่า ก็ตรวจกันที่ไอเดีย ล้วนมันจับผิดกันยากน่ะครับ อย่าให้หลุดอยาก Head ที่เราProvide ไว้ก็เพียงพอ

Task 1 เวลาผมเขียน ผมจะแบ่งเป็น paragraph แรกก้อใส่พวก กราฟเกี่ยวกับเรื่องอะไรกับ Trend ส่วน body ผมจะชอบแยกย่อยอีกที ไม่ค่อยเขียนเปน Body ใหญ่ๆทั้งก้อน พยายามหาเรื่องที่มันพอจะแบ่งได้เอามาเขียน Body ให้ได้อย่างน้อย 2-3 paragraph มันง่ายต่อการอ่านแล้วก้อการเขียนของเราด้วยนะครับ เห็นกราฟแล้วพยายาม มองว่าจะเขียนอะไรดี เพราะมันเขียนได้ทุกอย่าง เราจะจับอะไรมาเขียน เอาแกน X,Y มาแบ่งดี หรือหาข้อมูลตัวไหนมา Compare กันดี

Task 2 โดยส่วนตัวผมจะเขียนทั้ง 2 ด้านทั้ง Agree, Disagree เพราะส่วนตัวรู้สึกว่า คิดidea ใหม่มันง่ายกว่านั่งหาเหตุผลมาsupport idea เก่าๆเยอะๆน่ะครับ แล้วเวลายกตัวอย่างก็พยายาม เอาให้มัน Specific มากนัก พยายามให้คนอ่านพอจะเข้าใจตัวอย่างที่เราจะเขียนอยู่แล้ว ตอนสอบผมเจอโจทย์

Technological advance = Negative?
ผมตอบว่า Tech. Adv. = good, bad inventions
Agree= Nuclear — epidemic, chronic disease— Hiroshima, Japan
— Leverage — Negotiation
Disagree= Computer — Tangible — Communication
— Commerce
— Intangible — Happiness
— Intellectual horizon

ผมweight ไปทาง disagree มากกว่า ผมคิดว่ามันควรจะไม่เท่ากันเวลาเขียน Partly agreeแล้วก้อพยายามหาแกรมม่าสวยๆพวก [not only..,but also / the more…, the more….]ใส่ไปหน่อย ศัพท์ดีๆใส่ลงไปก็น่าจะพอนะครับ นอกนั้นคงเป้นไอเดียส่วนจำนวน Word ก็หาพวก pattern ของตัวเองใส่ลงไป โดยส่วนตัวผมชอบใช้

Nowadays, some people believe that ….. However, others hold an opposite attitude that ….I partly agree that Tech not only….. but also….. ประมานนี้น่ะครับ

  • · Speaking

พยายามฝึกๆไว้ครับ ให้พอพูดได้พอ เพราะตอนสอบมันตื่นเต้น แล้วบางทีเจอเทอมที่ไม่ถนัดนี่ค่อนข้างยากครับ พาร์ตนี้ผมได้คะแนนต่ำสุด (6) พาร์ตแรกก้อเรื่อยๆ โม้ๆไปได้ พาร์ต 2 ก้อยังมีเวลา แต่ผมรู้สึกว่าเค้าให้เวลาผมน้อยมาก แค่ 30 วิเพราะมันต่างจากเวลาที่เคยซ้อม หรือผมตื่นเต้นก้อไม่รู้ให้ะูดเกี่ยวกับ Shop ที่ชอบ ส่วนพาร์ตสุดท้าย ผมเจอถามเกี่ยวกับ บัตรเครดิต กะ การเก็บออม ซึ่งผมไม่ถนัดเลย ศัพท์เทอมนี้ ผมไม่มีในหัวเลยครับ คำถามประมานว่า ออมเงินคืออะไร? งงมากต้องการให้ผมตอบว่าอะไร หรือ เด็กกับผุ้ใหญ่ออมต่างกันมั้ย บัตรเครดิตกะเงินสดต่างกันยังไง ถ้าใช้บัตรเครดิตอย่างเดียวไม่ใช้เงินเลยดีมั้ย ประมานนี้น่ะครับ ที่พอจะจำได้

เป็นยังไงกันบ้างค่ะน้องๆ คราวหน้าพี่จะเอาประสบการณ์ดีๆมาฝากอีกน่ะค่ัะ


TRINITY  TEAM

ทักทาย

หากต้องการให้มีรูปอวตาร (avatar) ประจำอีเมล กรุณา สมัครที่ Gravatar