IELTS คืออะไร แล้วเราจะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง
สวัสดีครับน้องๆ
มาพบกันอีกแล้วน่ะครับน้องๆ วันนี้พี่มีข้อมูลดีๆเกี่ยวกับ Ielts มาให้น้องได้รู้กันน่ะครับ ในนี้น้องๆทุกคนจะได้รู้ว่า Ielts คืออะไร มีลักษณะเป็นยังไง เราตามเข้าไปดูกันเลยดีกว่าครับ
เรียน IELTS คืออะไร
IELTS คือ ชื่อย่อของระบบการวัดผลภาษาอังกฤษนานาชาติ ( International English Language Testing System ) ซึ่งเป็นระบบทดสอบความรู้ภาษาอังกฤษ สำหรับผู้ที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ แต่มีความประสงค์ ที่จะใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการศึกษาต่อ IELTS เป็นระบบวัดผลภาษาอังกฤษสำหรับการศึกษาต่อ IELTS จะประกอบด้วย 4 skills คือ ฟัง พูด อ่าน เขียน โดยให้ คะแนนทักษะทั้งสี่แยกจากกัน สามารถวัดผลได้ชัดเจน และจะตรงกับความสามารถของน้องๆ ว่าน้องๆที่สอบIELTS เราสอบ skill ไหนได้คะแนนเท่าไร skill ไหนที่เราทำได้ไม่ดี เราก็สามารถเจาะจงได้ ว่าเราควรที่จะปรับปรุงในส่วนไหน เพื่อที่ เราจะได้พัฒนาความสามารถของเราให้ดีขึนกว่าเดิมน่ะครับน้องๆ การสอบ IELTS ของน้องๆ สามารถแบ่งได้ 2 ส่วนด้วยกัน อยู่ที่ว่าน้องๆจะเอาไปใช้ประโยชน์ในด้านไหน
การสอบ IELTS มี2แบบ คือ
1. General Training Module แบบนี้สำหรับน้องๆที่ต้องการศึกษาต่อในระดับที่ต่ำกว่าปริญญาตรี ระดับ มัธยมศึกษา หลักสูตรระยะสั้น และหลักสูตรฝึกอบรมต่าง ๆ แต่บางสถาบันต้องการให้ผู้ที่สมัคร เรียนสอบ Academic Module เพราะว่ามันจะขึ้นอยู่กับความยากง่ายของสาขาวิชา โดยน้องๆจะต้องสอบถามโดยตรงกับทางสถาบัน
2. Academic Module แบบนี้สำหรับน้องๆที่ต้องการเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา หรือ สูงกว่า ในทุก ๆ สาขา
ลักษณะของการสอบ IELTS ว่าการสอบ IELTS มีระยะเวลาเท่าไร มีกี่ Part ในการสอบ
น้องๆสามารถแบ่งการทดสอบ ออกเป็นสองช่วง ช่วงเช้าสอบข้อเขียน ใช้เวลา 2 ชั่วโมงครึ่ง และ ทดสอบการอ่านอีก 1 ชั่วโมง เขียน 1 ชั่วโมง และ ฟัง 30 นาที ช่วงบ่าย และจะเข้าถึงขั้นตอนการสอบสัมภาษณ์เป็นรายบุคคล ใช้เวลาต่อคนละ ประมาณ 10-15 นาที ซึ่งครั้งหนึ่งสถานที่จัดสอบจะจัดสอบครั้งหนึ่งไม่เกิน 25 คน
ทั้ง 4 skills ที่น้องๆต้องเตรียมตัวไม่ว่าจะเป็น ฟัง พูด อ่าน เขียน และแต่ล่ะ skills เราจะต้องมีการเตรียมตัวอย่างไรบ้าง
การฟัง
การสอบฟังนั้นจะใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที โดยจะมีคำถามทั้งหมด 40ข้อ และมีด้วยกันทั้งหมด 4 ส่วน สองส่วนแรกนั้นจะเป็นเรื่องในชีวิตประจำวัน หลังจากนั้นก็จะเป็นคนพูดเพียงคนเดียว เช่น ตัดสินใจว่าจะไปไหนดีคืนนี้ สองส่วนหลังจะฟังเกี่ยวกับสถานการณ์จำลอง โดยจะมีเนื้อหาส่วนใหญ่หนักไปทางการศึกษาโดยจะมีบทสนทนากันระหว่างกลุ่มคนไม่เกินสี่คน หลังจากนั้นก็จะเป็น การฟังคนพูดเพียงคนเดียว อาจจะเป็นการคุยกันในกลุ่มนักเรียน สองสามคน ปรึกษากันเรื่องหัวข้อทำวิจัย ในการสอบจะไม่มีน้องๆคนใดได้เปรียบเสียเปรียบกัน ทั้งนี้เพราะว่า หัวข้อที่นำมาใช้ในการสอบนั้นจะเป็นหัวข้อทั่วไป ไม่เน้นไปในวิชาใดวิชาหนึ่ง ความยากจะค่อยๆเพิ่มขึ้นเรื่อยในแต่ละส่วน การสอบฟังนั้น จะมีการเปิดให้ฟังเพียงรอบเดียวเท่านั้น ขณะที่ฟังน้องๆจะต้องสอบต้องอ่านคำถามและเติมคำตอบในกระดาษคำถามไปพร้อมๆกัน เมื่อฟังเทปเสร็จเรียบร้อย ทางคณะกรรมการจะมีเวลาให้น้องๆ นำคำตอบจากในกระดาษมาเขียนลงในกระดาษคำตอบอีกครั้งน่ะครับ
การอ่านสำหรับ General Training
เนื้อหาส่วนใหญ่ที่ใช้ในการอ่านนั้นจะนำมาจากประกาศ โฆษณา คู่มือ แผ่นพับ หนังสือพิมพ์ ตารางเวลา โดย ส่วนแรกนั้นจะเป็นเรื่อง สังคมทั่วไป ในส่วนของเนื้อหาและการใช้ภาษานั่น ขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเริ่มขึ้นส่วนที่สอง สาม สี่
การอ่าน สำหรับ Academic Reading
จะมีคำถามทั้งสิ้น 40 คำถาม จะให้เวลาทำในการทำสอบไม่เกิน 60 นาที โดยจะมีเรื่องสั้นๆ ให้อ่าน เนื้อหานั้นจะมาจาก นิตยสารวารสาร หนังสือ จะมีเนื้อหาเหมาะสำหรับบุคคลทั่วไป ในจำนวนนี้ จะมีอย่างน้อยหนึ่งเรื่องที่เกี่ยวกับ การแสดงความเห็น และอาจจะมีไดอะแกรม กราฟ หรือ ภาพประกอบเรื่องนั้นๆ ถ้าหากเรื่องไหนมีศัพท์เทคนิคปะปนอยู่ก็จะมีคำอธิบายไว้ให้น้องๆน่ะครับ
การเขียน
Academic Writing
จะมีเวลาในการเขียนหกสิบนาที และมีสองหัวข้อที่ต้องทำ ควรใช้เวลาในส่วนแรกประมาณ20นาที และเขียนอย่างน้อยร้อยห้าสิบคำ ส่วนที่สองนั้นควรใช้เวลาประมาณสี่สิบนาที และเขียนอย่างน้อยสองร้อยห้าสิบคำในส่วนแรกนั้น น้องๆจะต้องสอบเขียนอธิบาย เกี่ยวกับ ไดอะแกรม หรือ ตาราง ที่มีไว้ให้การทดสอบส่วนนี้เพื่อที่จะวัดความสามารถในการจัดข้อมูล และการเปรียบเทียบข้อมูลและความสามารถในการอธิบายขั้นตอนต่างๆ ในส่วนที่สองนั้น จะเป็นการแสดงความคิดเห็น ในประเด็นต่างๆที่กำหนดให้ ทั้งนี้เพื่อวัดความสามารถ ในการแก้ปัญหา และสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างสมเหตุสมผล
ในส่วนของ General Training Writing นั้น จะมีแตกต่างก็ คือ ในส่วนแรกจะได้ คำถามที่มีลักษณะเป็นจดหมายที่เขียนขอข้อมูล หรือ อธิบายสถานการณ์ และให้ เราเขียนตอบ ทั้งนี้เพื่อวัดความสามารถในการสื่อสารโต้ตอบระหว่างบุคคลและ แสดงความรู้สึกว่า ชอบหรือไม่ชอบ ความต้องการ และแสดงความคิดเห็นได้ ในส่วนที่สองนั้นผู้สอบต้องแสดงทัศนะ หรือ ไม่ก็ให้ อภิปรายโต้แย้ง ทั้งนี้เพื่อวัดความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูล การวางโครงร่างของปัญหาและเสนอแนะแนวทางแก้ปัญหา ในการเขียนทั้งสองแบบต้องเขียนตอบในกระดาษคำตอบเท่านั้นหากเขียนในกระดาษ คำถามจะได้รับการตรวจ การให้คะแนนก็จะให้น้ำหนักของส่วนที่สอง มากกว่า ส่วนที่หนึ่งนะครับน้องๆ
การพูด
การสอบพูด นั้นจะใช้เวลาประมาณ 10 -15 นาที จะเป็นการสัมภาษณ์ระหว่าง ผู้เข้าสอบ เจ้าหน้าที่จะเป็นการทดสอบความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร การสอบสัมภาษณ์นั้นจะแบ่งออกเป็นสามส่วนด้วยกัน
ส่วนที่หนึ่ง น้องๆจะตอบคำถามทั่วไปเกี่ยวกับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น เรื่อง บ้าน ครอบครัว การงาน การเรียน ความสนใจ ซึ่งจะเป็นเรื่องใกล้ตัวเรา ซึ่งจะใช้เวลาประมาณสี่ถึงห้านาที
ส่วนที่สอง น้องๆจะต้องพูดตามหัวข้อที่ได้รับในการ์ด โดยจะมีเวลาเตรียมตัว หนึ่งนาที และพูดประมาณสองนาที จากนั้นเจ้าหน้าที่จะถามคำถามหนึ่งหรือสองคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่เราพูด
ส่วนที่สามนั้น ก็จะเป็นการถกปัญหากันระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้เข้าสอบ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณสี่ถึงห้านาที ใน การสัมภาษณ์จะมีการบันทึกไว้ด้วยเทปบันทึกเสียง
หลักฐานในการสมัครสอบ
1. สำเนาบัตรประชาชน หรือ สำเนาหนังสือเดินทาง รูปถ่ายหน้าตรง 1 หรือ 2 นิ้ว 2 ใบ
2. เงินจำนวน 5900 บาท
3. สำเนาผลสอบเก่า (สำหรับน้องๆที่เคยสอบแล้ว)ถ้าหากสมัครสอบแล้วต้องการเลื่อนวันสอบหรือต้องการยกเลิก จะมีต้องเสียค่าธรรมเนียม800บาทสำหรับการเลื่อนวันที่สอบ ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องมีการแจ้ง ล่วงหน้าก่อน 14วัน
เป็นยังไงกันบ้างครับน้องๆ ได้ประโยชน์กันบ้างหรือเป่าครับ คราวหน้าพี่จะหาสิ่งดีๆมาให้น้องๆอีกน่ะครับ
TRINITY TEAM






Facebook
Dexa
25 September 2010 เมื่อ 2:58 pmขยันๆเรียนกันนะครับ จะได้สอบ IELTS ให้ได้สูงๆและเป็นการเตรียมตัวที่ดีก่อนการไปเรียนต่อต่างประเทศ